จะฟื้นหรือจะเป๋!

จะฟื้นหรือจะเป๋!

จะฟื้นหรือจะเป๋! เจาะ 5 ประเด็น ก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน สเปอร์ส

จะฟื้นหรือจะเป๋! ศึกบิ๊กแมตช์ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รับมือ ลิเวอร์พูล ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคมนี้ มีความหมายกับทั้งสองทีมอย่างมาก เพราะหากทีมใดสามารถเก็บชัยชนะได้จะสามารถคะแนนเพื่อกดดันทีมนำมากพอสมควร

จะฟื้นหรือจะเป๋!

สำหรับสถานการณ์เรื่องฟอร์มการเล่นในเวลานี้ “หงส์แดง” ยังคงน่าเป็นห่วง เมื่อยังไม่สามารถชนะใครได้เลยในเกมลีก 5 แมตช์ติดต่อกัน แถมฟอร์มเกมเยือนก็ไม่ค่อยดีนักในฤดูกาลนี้ ขณะที่ สเปอร์ส ผลงานในบ้านค่อยข้างใช้ได้ในช่วง 5 แมตช์หลังสุด ฉะนั้น “ไก่เดือยทอง” มีโอกาสดีมากๆ ในการพบกับแชมป์เก่าช่วงขาลง

ในส่วนของเกมรุก 3 ประสาน “หิน เหล็ก ไฟ” จะได้พิสูจน์ศักยภาพของพวกเขาในการสู้กับทีมที่มีกุนซือจอมวางแท็กติก ในขณะที่เกมรับของ “หงส์แดง” ก็คงต้องเจอกับงานหนักในการรับมือ แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน

1. เฮนโด้-มาติปคืนทัพใหญ่

ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับ ลิเวอร์พูล ที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ โฌแอล มาติป น่าจะฟิตสมบูรณ์ลงสนามในแมตช์สำคัญเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพราะทำให้แนวรับกับแดนกลางของ “หงส์แดง” แข็งแกร่งกว่าในเกมที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

กัปตันเฮนโด้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในแผงกองกลางของ “เดอะ เร้ดส์” อย่างมาก เพราะหากเขาได้ลงสนามในแมตช์ จะทำให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มีอิสระในการเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้น เพราะ เฮนเดอร์สัน จะคอยทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ที่คอยเชื่อมเกม และยังทำหน้าที่ช่วยเกมรับได้ดี

เช่นเดียวกับการที่ มาติป จะได้กลับมายืนเป็นเซนเตอร์แบ็กร่วมกับ ฟาบินโญ่ ซึ่งแน่นอนว่าการได้ ดาวเตะชาวแคเมอรูน คืนสนาม ย่อมทำให้เกมรับของ “หงส์แดง” กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และน่าจะพอต้านทานความดุดันของ ซน ฮึง-มิน กับ แฮร์รี่ เคน ได้

2. ความมั่นใจของ ซาลาห์, มาเน่ และ ฟีร์มีโน่

เกมรุกที่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของ “หงส์แดง” ในชั่วโมงนี้ เนื่องจากทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นัดกับฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย ซึ่งเมื่อทั้งสามคนเล่นไม่ออก โอกาสในการทำประตูของทีมก็น้อยลง

อย่างไรก็ตาม ในเกมแพ้ “ปีศาจแดง” ร่วงศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 มีสัญญาณในเชิงบวกทั้ง ซาลาห์ และ “บ็อบบี้” เพราะในรายของ “คิง ออฟ อียิปต์” สามารถซัด 2 ประตูในเกมดังกล่าว ขณะที่ สตาร์ลูกหนังชาวบราซิเลียน มีส่วนกับทั้งสองประตูด้วย

ในขณะเดียวกันแม้ช่วงที่ ลิเวอร์พูล อัตคัดเรื่องประตูแต่เวลาที่ “บังโม” กับ ฟีร์มีโน่ ดวลกับ สเปอร์ส พวกเขามักจะทำผลงานได้ดีเยี่ยม และมียิงประตูอยู่บ่อยๆ ในรายของ ซาลาหื เขาซัดไป 6 จาก 8 เกมลีกที่พบกับ “ไก่เดือยทอง” ซึ่งเท่ากับที่ยิงใส่ วัตฟอร์ด และ บอร์นมัธ

ที่สำคัญเกมล่าสุด ซาลาห์ ก็เป็นคนเบิกประตูแรกให้ทีมในแมตช์เฉือน 2-1 ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ ฟีร์มีโน่ สถิติก็ดีเยี่ยมเช่นกันเพราะเขาซัดไป 4 ประตูจาก 5 เกมลีกหลังสุดที่ดวลกับยอดทีมแห่งลอนดอนเหนือ และก็เป็นคนซัดประตูชัยในแมช์ล่าสุดด้วย

ถึงแม้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล จะยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มแชมป์ก็ตาม แต่ด้วยสถิติของ ซาลาห์ กับ ฟีร์มีโน่ ที่ค่อยข้างจะดูดีเมื่อเจอกับ สเปอร์ส งานนี้สาวก “เดอะ ค็อป” คงคาดหวังที่จะเห็นทั้งสองคนทำได้เหมือนเดิมในเกมนี้

3. เคน-อาซน ยังคงอันตรายอยู่เสมอ

สิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องตระหนักให้ขึ้นใจก็คือแนวรับของพวกเขาต้องรับมือกับคู่กองหน้าที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกในเวลานี้นั่นก็คือ แฮร์รี่ เคน และ ซน-ฮึง มิน เพราะทั้งคู่กำลังเล่นได้อย่างเข้าขารู้ใจ และเต็มไปด้วยความมั่นใจมากๆ

กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ และสตาร์ลูกหนังชาวเกาหลีใต้ ยิงคนละ 12 ประตูในลีกฤดูกาลนี้ ตามหลัง โม ซาลาห์ เพียงแค่ 1 ลูกเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องความมั่นใจของพวกเขาเหนือกว่าแนวรุกของ “หงส์แดง” หลายเท่า

นอกจากนี้ เคน กับ “อาซน” ยังมีสถิติในการทำแอสซิสต์ให้กันและกันได้ดีเยี่ยม ยังไม่หมดแค่นั้นในส่วนของ ดาวยิงเลือดผู้ดี อยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักสุดๆ เพราะซัดในเกมลีกไปแล้ว 3 แมตช์ติดต่อกัน และกำลังลุ้นทำสถิติยิงประตูในเกมลีก 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2019

ที่สำคัญ 5 ประตูหลังสุดในเกมลีกของ สเปอร์ส มักจะทำได้ในช่วงครึ่งแรก ฉะนั้นเรื่องเกมรุกของเจ้าบ้านดูดีมีราคามากกว่าเกมบุกของแชมป์เก่า ด้วยเหตุนี้ ลิเวอร์พูล จึงต้องเล่นเกมรับให้เหนียวแน่นหากต้องการกลับบ้านพร้อม 3 คะแนน

4. แท็กติก “เฮียมู” จะหลอนเกมรุกสไตล์ “คล็อปป์” ?

ช่วงเวลานี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเจอกับบทพิสูจน์อย่างหนักเรื่องปรัชญาในการทำทีมที่เน้นเกมบุกอย่างบ้าคลั่ง เพราะเมื่อพวกเขาเจอทีมที่วางแท็กติกเกมรับเหนียวแน่น สุดท้ายสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือสถิติการการครองบอลเท่านั้น

การครองเกมได้เหนือกว่าไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมากนักในฟุตบอลยุคใหม่ เพราะการเล่นแบบฉาบฉวยและตอบโต้เร็วมักจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ โชเซ่ มูรินโญ่ เคยแสดงให้เห็นมาแล้วสมัยที่คุมเชลซี ทั้ง 2 ช่วง, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แน่นอนว่าเกมนี้ “เฮียมู” คงวางหมากเน้นเกมรับเหนียวแน่น และรอจังหวะความผิดพลาดจากเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ซึ่งช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยอันตรายมากนักโดยเฉพาะสองฟูลแบ็กอย่างเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ครอสบอลไม่ค่อยแม่นยำเหมือนช่วง 2-3 ซีซั่นที่ผ่านมา

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่ คล็อปป์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำก็คือการดึงศักยภาพของ ติอาโก้ ในการผ่านบอลที่แม่นยำ เพื่อสร้างความหลากหลายในเกมรุก เพราะการเน้นจู่โจมในตำแหน่งแบ็ก ไม่น่าจะใช้คำตอบของ “เดอะ เร้ดส์” ในเวลานี้

5. ใครแพ้โอกาสลุ้นแชมป์ค่อยๆ เลือนลาง

สำหรับเรื่องอันดับในตารางคะแนนลีกช่วงนี้มีการสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ยากต่อการคาดเดา แต่หากมองจะคะแนนระหว่างทีมอันดับ 4,5 และ 6 ต้องบอกว่าไม่ได้ห่างจากจ่าฝูงเท่าไหร่นัก ฉะนั้นหากทีมนำสะดุดโอกาสที่สถานการณ์ลุ้นแชมป์จะเปลี่ยนก็เกิดขึ้นได้ทันที

ด้วยเหตุนี้เกมระหว่าง สเปอร์ส ปะทะ ลิเวอร์พูล จึงมีความสำคัญมากๆ สำหรับทีมที่ชนะ เพราะจะทำให้พวกเขาขยับแต้มเข้าใกล้ผู้นำมากยิ่งขึ้น และด้วยจำนวนเกมที่มีอยู่อีกหลายแมตช์ แน่นอนว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

ในส่วนของ “หงส์แดง” กำลังพยายามเรียกความมั่นใจหลังจากที่ 5 เกมลีกที่ผ่านมาสะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็น ดังนั้นในแมตช์เยือนทีมของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ พวกเขาจะต้องพยายามงัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้หากไม่อยากทำให้โอกาสลุ้นป้องกันแชมป์เลือนลาง

ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” ฟอร์มในลีก 5 แมตช์หลังสุดก็ไม่ได้ดีนักเพราะชนะ 2 เสมอ 3 และแพ้ 1 เกม แต่ก็ยังดูดีมีราคากว่าผลงานของ ลิเวอร์พูล ที่สำคัญเกมเหย้า 5 นัดในพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา สเปอร์ส ชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 เท่านั้น ฉะนั้นผลงานในบ้านของพวกเขาแข็งแกร่งมากๆ ในช่วงเวลานี้

 

 

  • ติดตามทุกข่าวสารของวงการกีฬาที่นี่   networkufabet.com
  • ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก www.siamsport.co.th

 

 

 

Be the first to comment on "จะฟื้นหรือจะเป๋!"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*